Swisstech Pitchinar งานแสดงศักยภาพเทคสตาร์ทอัพจากสวิสเซอร์แลนด์

Swisstech Pitchinar งานแสดงศักยภาพเทคสตาร์ทอัพจากสวิสเซอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 swissnex China (หน่วยงานรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ สำนักงานสาธารณรัฐประชาชนจีน) โดยความร่วมมือขององค์กรพันธมิตรต่าง เช่น SwissTech (องค์กรที่สนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีในประเทศสวิสเซอร์แลนด์) CES Asia (บริษัทบริหารจัดงานนิทรรศการและแสดงสินค้า) และ  Venture Leaders  (กลุ่มนักลงทุนสนับสนุนเทคสตาร์ทอัพในสวิสเซอร์แลนด์)ได้จัดการแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ โดยมีเทคสตาร์ทอัพจากสวิสเซอร์แลนด์จำนวน 20 บริษัทเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นเพื่อทดแทน การเข้าร่วมงานจัดแสดงเทคโนโลยี CES ASIA 2020 ซึ่งเลื่อนออกไปเนื่องจากสถานการณ์ โควิด 19

กิจกรรม Swisstech Pitchinar ถือเป็นการแสดงศักยภาพของ เทคสตาร์ทอัพ จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จากสาขาต่างๆ เช่น Advanced Instrument, Artificial Intelligence, Augmented/Virtual Reality, Biotech, Blockchain, Cybersecurity, Energy, Fintech, HealthTech, IoT, Robotics, Software และ VehicleTech ที่แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์นวัตกรรมเชิงพาณิชย์หลายรูปแบบ โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นสองรอบ ในรอบแรกสตาร์ทอัพจะได้รับการจัดกลุ่มทั้งหมดสี่กลุ่ม ซึ่งสตาร์ทอัพแต่ละรายจะมีโอกาสนำเสนอธุรกิจภายใน 90 วินาที  จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือกสตาร์ทอัพจากแต่ละกลุ่มเพื่อเข้าร่วมการนำเสนอแผนธุรกิจและตอบคำถามในรอบที่สอง ซึ่งกรรมการที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีในแวดวงเทคสตาร์ทอัพ ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและต่างประเทศ เช่น Chenfei Yuan, Director of Tax Services, PwC China ผู้ดูแลด้าน innovation center ของ PwC, James Chou, CEO & Managing Director, Microsoft for Startups และ Bing Sheng, Managing Director, SDIC Fund Management  กองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในนวัตกรรมด้าน Life Sciences, IoT, Manufacturing, Electric Vehicles เพื่อส่งเสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ

การแข่งขัน Swisstech Pitchinar ได้แสดงให้เห็นถึง รูปแบบธุรกิจเทคสตาร์ทอัพ โดยใช้นวัตกรรมที่น่าสนใจและคาดว่าจะมีโอกาสสร้างอัตราการเติบโตในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จึงขอสรุปรูปแบบธุรกิจของทั้งสี่บริษัทที่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้าย ดังนี้

  • Eyeware สตาร์ทอัพที่พัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์จาก eye tracking technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ AI & Machine Learning ในการติดตามความเคลื่อนไหวของลูกนัยน์ตา โดย Eyeware นำเสนอ remote eye tracking software ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ แล็ปท๊อป โทรศัพท์มือถือ หรือ รถยนต์ เพื่อประเมินว่าสายตาของผู้ใช้ จดจ่ออยู่ที่หน้าจอ หรือละสายตาแล้วมองไปยังทิศทางอื่นๆ โดย เทคโนโลยีของ Eyeware สามารถติดตามระยะสายตาและทิศทางได้รอบด้าน ข้อมูลดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อการประเมินพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่นความสนใจ สมาธิ และอาจจะพัฒนาไปสู่การใช้การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์
  • Mithras Technology เป็นสตาร์ทอัพ Seed Stage ที่มีนำ Thermal electric generator ที่ปัจจุบันมีการใช้ในภาคอุตสาหกรรมด้านต่างๆอย่างแพร่หลาย โดยนำเทคโนโลยีดังกล่าว Optimize เพื่อรองรับการแปลงความร้อนจากร่างกายของเราซึ่งปกติ สามารถผลิตพลังงานที่สามารถแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าเทียบเท่ากับ 3 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้งานโทรทัศน์ LCD ประมาณ 30 ชั่วโมง โดย Mithras Technology มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถใช้เปลี่ยนพลังงานความร้อนจากร่างกาย ในการรองรับการทำงานของอุปกรณือิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ (wearable technology) หรือ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์พกพาประเภทอื่นๆ  โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ หรือสร้างแหล่งพลังงานโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ในอนาคต ปัจจุบัน Mithras Technology ได้ดำเนินการสร้าง Prototype และกำลังดำเนินการพัฒนา MVP โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถให้บริการได้ในปี 2020 – 2021 ซึ่ง Mithras Technology ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้
  • Swiss Terahertz คือบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้เทคโนโลยี รังสีเทราเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติในลักษณะเดียวกับรังสีเอกซ์ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อวัตถุที่รังสีเทราเฮิรตซ์ เคลื่อนผ่านด้วยการกระตุ้นรังสี และมีความถี่สูงกว่าเทคโนโลยี 5G ซึ่งคุณสมบัติของรังสีเทราเฮิรตซ์ มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนา solution ด้าน imaging เพื่อเพิ่มความละเอียดและความปลอดภัย ปัจจุบัน Swiss Terahertz ได้ผลิตกล้องขนาดเล็กที่สามารถรองรับการ scan วัตถุต่างๆที่มีความละเอียดและแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเทราเฮิรตซ์และเสริมด้วยเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อความรวดเร็วในการประมวลผล
  • Aaquis เป็นบริษัทเทคสตาร์ทอัพด้านพลังงาน โดยนำเสนอ solution ภายใต้ชื่อ STOR-H Technologies ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เก็บพลังงานไฮโดรเจน ในรูปแบบ Cartridge คล้ายแบตเตอรรี่ที่สามารถใช้สำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (electric vehicles) ภายใต้แนวคิด Plug & Drive ซึ่ง Aaquis ได้สร้างระบบการ Cartrige หมุนเวียนโดยการวางจำหน่ายผ่าน ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ (Vending Machine) ที่ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เมื่อ ไฮโดรเจนหมด ผู้ใช้ก็สามารถก็สามารถนำ Cartridge นั้นมาคืน และซื้อ STOR-H cartridge ใหม่ ตามจุดที่มี ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ (Vending Machine) ตั้งอยู่ โดยทางทีมงานจะรวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อนำไป re-fill และสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ปัจจุบันได้ขยายการดำเนินงานในประเทศจีน โดยมุ่งเน้น Go-to-Market strategy โดยทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นตามหัวเมืองใหญ่ๆ และภาคธุรกิจ

กิจกรรม swisstech.pitchinar ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยปิดมุมมองให้ผู้ประกอบการได้เห็นมิติของการพัฒนานวัตกรรมขั้นสูง ความตื่นตัวและความก้าวหน้าขององค์กรระดับนานาชาติทั้งภาครัฐ การศึกษาและภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาการประยุกต์เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เพื่อสร้างประสิทธิภาพและสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ติดตามรับชมการแข่งขันได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=FDocj3c0BjM&feature=youtu.be

สืบค้นข้อมูลสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ https://www.swissnexchina.org/en/event/swisstech-pitchinar-2020/

 #swisstechpitchinar
#swissnexchina

Related Posts

การพัฒนา ความยั่งยืน และการลงทุน (Sustainability & Investment) ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เมื่อกล่าวถึงการลงทุนและความยั่งยืน หลายๆคนอาจจะคุ้นกับคำว่า Environmental, Social & Governance (ESG) Investing หรือกลยุทธ์การลงทุนโดยการพิจารณากลยุทธ์ของธุรกิจ

Read more "การพัฒนา ความยั่งยืน และการลงทุน (Sustainability & Investment) ตอนที่ 1"